เพิ่มกำลังการผลิตขึ้น 40%
ฮามามัตสึ, ประเทศญี่ปุ่น, 21 กรกฎาคม 2564 – บริษัท โรแลนด์ ดิจิทัล กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (Roland DG Corporation) ผู้นำด้านการผลิตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทขนาดใหญ่และอุปกรณ์ 3 มิติตะดับโลก ประกาศเริ่มดำเนินการก่อสร้างขยายโรงงานผลิต ณ จังหวัดสมุทรสาคร ประเทศไทย
อาคารโรงงานแห่งใหม่ตั้งอยู่ทางด้านขวาของอาคารหลัก
การขยายโรงงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความคิดริเริ่มหลัก “การเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรแบบลีน (Transition into a lean organization)” ภายใต้แผนธุรกิจระยะกลาง (ปีงบประมาณ 2564 ถึง 2566) ที่ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 โดยกระบวนการผลิตที่โรงงานมิยาโกดะ (Miyakoda) ในเมืองฮามามัตสึ ประเทศญี่ปุ่น จะถูกโอนย้ายมายังโรงงานในประเทศไทย เพื่อช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของ Roland DG และเปิดดำเนินการในฐานะศูนย์กลางการผลิตเพื่อการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ (Volume Production Center) นอกจากนี้ ในขณะที่ Roland DG กำลังมุ่งเน้นไปที่ความคิดริเริ่มหลักอีกประการหนึ่ง คือ “การปรับเปลี่ยนพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Transformation of the business portfolio)” โรงงานในประเทศไทยจะมีบทบาทในการผลิตสินค้ารุ่นที่พัฒนาขึ้นสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Countries) ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต
โรงงานในประเทศไทยเริ่มเปิดดำเนินการในเดือนตุลาคม 2555 โดยถือเป็นโรงงานต่างประเทศแห่งแรกของ Roland DG โรงงานแห่งนี้ได้ดึงเอาข้อได้เปรียบทั้งหมดของระบบการผลิตแบบดิจิทัลเซล (Digital Cell Production System)* ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Roland DG มาใช้ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงาน เพื่อให้ได้มาตรฐานการผลิตที่มีคุณภาพสูงและน่าเชื่อถือในระดับเดียวกับที่ทำได้ในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ โรงงานในประเทศไทยยังได้จัดตั้งระบบการผลิตที่เป็นอิสระ โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดหาวัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Procurement) มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ถือเป็นการขยายโรงงานเป็นครั้งที่สอง ต่อจากการก่อสร้างขยายพื้นที่ในปี 2557 เนื่องจากปริมาณการผลิตที่เติบโตขึ้น
การปรับเปลี่ยนผังการทำงาน (Layout) หลังการขยายพื้นที่ จะส่งผลให้พื้นที่ใช้สอยรวมของโรงงานเพิ่มขึ้นจากเดิม 6,907 ตารางเมตร เป็น 9,960 ตารางเมตร และเพิ่มพื้นที่ส่วนการผลิตจากเดิมขึ้นอีกประมาณ 40% เป็น 7,162 ตารางเมตร การโอนย้ายการผลิตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท เครื่องมิลลิ่งสำหรับงานทันตกรรม และสินค้ารายการอื่น ๆ ที่มีปริมาณการผลิตสูงซึ่งปัจจุบันผลิตที่โรงงานมิยาโกดะ จะส่งผลให้จำนวนรุ่นสินค้าที่ผลิตเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเดิม 16 รุ่น เป็น 32 รุ่น โดยมีกำลังการผลิตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นประมาณ 40% เป็น 17,000 เครื่องต่อปี การปรับผังพื้นที่ส่วนการผลิตจะช่วยให้กระบวนการทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ตั้งแต่การรับชิ้นส่วน การจัดเก็บ การหยิบสินค้า การผลิต ไปจนถึงการจัดส่ง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการทำงาน ทั้งนี้ งานขยายโรงงานวางแผนจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2564 และคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ขยายใหม่ทั้งหมดในเดือนมกราคม 2565
ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป โรงงานมิยาโกดะจะทำหน้าที่ในการผลิตชิ้นงานต้นแบบ (Prototypes) สนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ล้ำสมัย แม้ว่าจะยังคงรักษาขีดความสามารถในการผลิตขั้นต่ำไว้ตามแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP: Business Continuity Planning) แต่โรงงานมิยาโกดะจะทำการรวมส่วนคลังสินค้าและสำนักงานเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ Roland DG ยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อพัฒนาและทำตลาดระบบการผลิตแบบเซลของตนในฐานะโซลูชันดิจิทัล สำหรับผู้ผลิตกลุ่มสินค้าหลากหลายชนิดแต่มีปริมาณผลิตต่อล็อตน้อย (Multi-item, Small-lot Production)
ระบบการผลิตแบบดิจิทัลเซลของ Roland DG:
ผลิตภัณฑ์ของ Roland DG ผลิตขึ้นโดยใช้ระบบการผลิตแบบดิจิทัลเซลซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะ ช่างประกอบจะปฏิบัติตามขั้นตอนที่แสดงในคู่มือภาพ 3 มิติ (3D Graphical Manual) บนจอคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ชิ้นส่วน ตัวยึด และไขควงไฟฟ้าที่ถูกต้องตามที่ระบุไว้ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยลดภาระในการจดจำและการใช้สมาธิของพนักงาน ในขณะเดียวกันก็บรรลุมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพและผลิตภาพในระดับสูง ข้อได้เปรียบสำคัญอีกประการหนึ่งคือ บันทึกข้อมูลการทำงาน (Operating Log Data) ของแต่ละเซลจะถูกจัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ช่วยให้ผู้ดูแลหน้างานสามารถติดตามความก้าวหน้าของการทำงานและทำการปรับปรุงแก้ไขโดยการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมการทำงานไม่เพียงแค่ในแต่ละเซลได้อย่างเหมาะสมที่สุดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลิตของโรงงานทั้งหมดอีกด้วย
โรงงานมิยาโกดะกำลังพัฒนาระบบที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนโรงงานทั้งหมดให้เป็นระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำหุ่นยนต์เข้ามาใช้ และการทดสอบรถขนส่งอัตโนมัติ (AGV) ที่บรรจุชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับการประกอบ ด้วยความต้องการผลิตภาพที่สูงขึ้น จึงมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการลดต้นทุนต่อหน่วย บรรลุระยะเวลาการส่งมอบที่สั้นลง และลดปริมาณสินค้าคงคลังระหว่างผลิต (In-process Inventory)
คู่มือขั้นตอนการทำงานแบบภาพ 3 มิติ
เครื่องจ่ายชิ้นส่วนอัตโนมัติ
ไขควงไฟฟ้า